แนวคิดและวิธีการคำนวณต้นทุน
Menu :
1.หลักการและเหตุผล
2.วิธีการในการจัดทำรายการต้นทุนมาตรฐาน
3.ผลการจัดทำค่าต้นทุนสัมพัทธ์ของรายการกิจกรรมบริการ
4.ผลการทดสอบการวิเคราะห์ต้นทุนต่อหน่วยด้วยค่าต้นทุนสัมพัทธ์
5.การวิเคราะห์ต้นทุนต่อหน่วยของบริการสุขภาพ
6.การวิเคราะห์ต้นทุนบริการเภสัชกรรม
7.การวิเคราะห์ต้นทุนโลจิสติกส์ของโครงการบริการวัคซีนแห่งชาติ
8.การวิเคราะห์ต้นทุนทางตรงที่ไม่เกี่ยวกับการแพทย์
9.ค่าอ้างอิงในการคำนวณต้นทุนค่าลงทุนและต้นทุนทางอ้อม
10.ค่าอ้างอิงในการคำนวณต้นทุนทางอ้อม
11.วิจารณ์และเสนอแนะ
12.อ้างอิง
หลักการและเหตุผล
หลักการและเหตุผล

หลักการและเหตุผล

          ดังที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าการประเมินทางเศรษฐศาสตร์เป็นเครื่องมือชนิดหนึ่งในการตัดสินใจตั้งแต่การปฏิบัติงานระดับต่างๆ จนถึงการบริหารงานเชิงนโยบายในระดับชาติ แต่ในการดำเนินการประเมินก็พบว่ามีปัญหาอุปสรรค (hurdles) หลายประการ รวมทั้งในการประเมินต้นทุนด้วย  ปัญหาในการประเมินต้นทุนที่เป็นข้อโต้แย้งที่ยังหาข้อสรุปไม่ได้ (controversial issues) อาจแบ่งได้เป็น 3 ประเด็น ได้แก่ แนวคิด (concepts) วิธีการ (methods) และการกำหนดค่าอ้างอิงที่ใช้ในการวิเคราะห์ (reference values) [1, 2]  ด้วยเหตุนี้ เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบผลการวิเคราะห์ต้นทุน ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันอาจไม่ได้เกิดจากปริมาณทรัพยากรที่ใช้แตกต่างกัน แต่เป็นผลมาจากการใช้แนวคิด วิธีการคำนวณ และค่าอ้างอิงที่แตกต่างกัน  เหตุการณ์เช่นนี้ได้มีหลักฐานเชิงประจักษ์ในประเทศไทย โดยการวิเคราะห์ต้นทุนที่โรงพยาบาลอำเภอขนาด 60 เตียง พบว่าการคำนวณต้นทุนค่าลงทุนต่อปีด้วยแนวทางอิงหลักการทางบัญชี (accounting-based approach) จะได้ต้นทุนน้อยกว่าการคำนวณโดยแนวทางอิงหลักเศรษฐศาสตร์ (economic-based approach) 934,648 บาท (ค่าเงินในปี พ.ศ.2545) มูลค่าที่แตกต่างคิดเป็นร้อยละ 13 ของการคำนวณที่อิงหลักเศรษฐศาสตร์ รวมทั้งการเปลี่ยนอัตราลดจากร้อยละ 3 เป็นร้อยละ 6 ทำให้ค่าลงทุนเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.8 [3]

          การคำนวณต้นทุนประกอบด้วยขั้นตอนพื้นฐาน 3 ขั้นตอน ได้แก่ การจำแนกประเภทต้นทุนที่จะนำมาวิเคราะห์ (Identification of resources use) การวัดปริมาณทรัพยากรที่ใช้ (Measuring resource use) และการแปลงค่าทรัพยากรเป็นมูลค่าการเงิน (Valuation of resource use) [4-6]  ในขั้นตอนการแปลงค่าทรัพยากรเป็นมูลค่าเงินต้องใช้ข้อมูลต้นทุนต่อหน่วยไปคูณกับปริมาณทรัพยากรที่ใช้แต่ละชนิด

          ข้อมูลที่ใช้ในการวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์ แม้ว่าโดยหลักการแล้วต้องใช้ต้นทุนทางเศรษฐศาสตร์ แต่ในทางปฏิบัติอาจใช้ต้นทุนประเภทอื่นๆ เป็นตัวแทนก็ได้  ได้มีการสรุปแหล่งข้อมูลต้นทุนไว้ดังนี้ [7]

1.         การคำนวณต้นทุนโดยตรง (direct measurement of costs)

2.         การใช้ข้อมูลต้นทุนทางบัญชี (cost accounting methods)

3.         การใช้ข้อมูลต้นทุนต่อหน่วยมาตรฐาน (standard unit costs)

4.         การใช้ข้อมูลที่จ่ายจริงหรือบัญชีรายการค่าบริการ (fee, prices) หรือราคาตามท้องตลาด (market prices)

5.         การใช้ข้อมูลจากการประมาณการ (estimates/extrapolations)

การคำนวณต้นทุนโดยตรงจะได้ข้อมูลที่ถูกต้องที่สุด (บนข้อสมมุติว่าวิธีวิทยาเหมาะสม) โดยทั่วไปนิยมใช้ต้นทุนจากการคำนวณโดยตรง หรือต้นทุนต่อหน่วยมาตรฐาน แล้วแต่วัตถุประสงค์ ว่าจะใช้ผลการวิเคราะห์ในระดับองค์กรหรือระดับชาติ หากต้องการใช้ผลการวิเคราะห์ในการบริหารงานขององค์กร ก็ควรใช้ข้อมูลต้นทุนขององค์กรนั้นๆ แต่หากเป็นการวิเคราะห์เพื่อจัดทำนโยบายระดับประเทศก็ควรใช้ข้อมูลต้นทุนมาตรฐาน ในกรณีที่ไม่มีต้นทุนต่อหน่วยเฉพาะของหน่วยงานหรือข้อมูลต้นทุนมาตรฐาน อาจใช้ข้อมูลต้นทุนที่ได้จากวิธีอื่นๆ โดยเลือกตามความเหมาะสมของวัตถุประสงค์และข้อจำกัดของแต่ละโครงการ

การคำนวณต้นทุนเป็นขั้นตอนสำคัญหนึ่งในการประเมินเทคโนโลยีทางด้านสุขภาพ ในอดีตที่ผ่านมาการประเมินเทคโนโลยีทางด้านสุขภาพในแต่ละครั้ง นักวิจัยจะทำการเก็บข้อมูลและคำนวณต้นทุนเป็นครั้งๆ ซึ่งใช้เวลาและแรงงานมาก และมีข้อจำกัดในการเป็นตัวแทนที่จะนำผลไปใช้ในระดับประเทศ และงานวิจัยบางส่วนได้ใช้ข้อมูลการจ่ายจริงหรือราคาเรียกเก็บ ซึ่งไม่ใช่ต้นทุนทางเศรษฐศาสตร์ที่แท้จริง ฉะนั้นการจัดทำรายการต้นทุนมาตรฐานทางการแพทย์และสาธารณสุขจะส่งผลให้การประเมินผลทางเศรษฐศาสตร์สามารถประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย ลดความแตกต่างของวิธีการที่ใช้ในการวิเคราะห์ต้นทุน ทำให้สามารถเปรียบเทียบผลระหว่างการศึกษาและสามารถนำไปใช้ในการกำหนดนโยบายระดับชาติได้เหมาะสมยิ่งขึ้น

 

กลับขึ้นสู่เมนูหลัก